Profilo di Khun Rigar+++ Rigar (",) +++FotoBlogElenchiAltro Strumenti Guida

Blog


30 marzo

ฉันเกลียด...

 
เกลียดมาก...
 
อะนั่นแน่...สงสัยดิว่าใคร
 
เขาคนนี้สามารถหยุดความจอแจของทุกสรรพสิ่ง
เพียงแค่ปรากฎกายขึ้น
 
เขาคนนี้เป็นชายที่มีน้ำใจล้นเหลือ
ไม่ว่าคุณจะอยากรับหรือไม่ก็ตาม
 
"พี่คนนี้นั้นมีแต่ให้จริงๆ"
 
มากมายเหลือเชื่อ  โชคสองชั้นรวมทั้งล้อแม็ก...
 
แต่ที่เขาชอบเป็นพิเศษ คือ แจกลายเซ็นต์...
ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม
 
แต่สำหรับฉัน...
เขาคนนี้สามารถทำให้วันดีๆ ของเรา
กลายเป็นวันฟ้าหม่นได้...เพียงแค่โบกมือ
 
 
ฉันพบคนๆ นี้ครั้งแรก
สมัยเรียนธรรมศาสตร์ ประมาณปีสี่
พี่แกชอบเขียนโน้ตแปะไว้ที่กระจกรถ
ประมาณว่า ให้มาเจอที่นั่นที่นี่
...ไปก็โง่อะดิ!!!
 
ขนาดหนีไปเรียนโทที่จุฬา...
พี่แกยังตามไปเลย...คิดดู
ไปแจกโชคสองชั้นพร้อมล้อแม็กอย่างที่บอก
 
เมื่อปลายปีก็ใช้เสน่ห์ที่พี่แกมีอย่างล้นเหลือ
ล่อหลอกให้ฉันหยุดคุยด้วย
ก็เลยต้องรับจดหมายของพี่เค้าอีก...เซ็ง!!!
 
อาทิตย์ที่แล้วก็เอาอีกนะ
มีจดหมายน้อยมาอีกแระ
แต่ฉันก็ไม่สน...
 
สงสัยล่ะสิว่าคนดีๆ ขนาดนี้
ทำไมฉันไม่คบไว้
รับๆ มันไปเหอะ...จะสามสิบแล้ว
 
ก็จะให้คบมันไหวได้ยังไง
 
เจอที่ไรแมร่งแจก ticket กรูทุกที
 
เกลียดมาก...ตำรวจจราจร...
 
 
 
จากวันนั้นจนถึงวันนี้ฉันมีใบสั่งในลิ้นชักรถ
(ที่ไม่เคยไปจ่ายค่าปรับ) เกือบสิบใบ
ไม่เข้าใจว่ารอดมาได้ยังไง
 
 
 
ประวัติอาชญากรรมของฉัน : 
 
1 โดนใบสั่งเพราะจอดรถในเขตห้ามจอด
   (มากเป็นอันดับ 1)
2 โดนแม็กเหลือง 2 ครั้ง
3 โดนเรียกเพราะผิดกฎจราจร ... หลายครั้ง
   (รอดมาได้เพราะในหลวง)
4 โดนยึดใบขับขี่ 2 ครั้ง
   (รอดมาได้เพราะรู้จักผู้มีอิทธิพล)
 
คำเตือน เป็นความสามารถพิเศษเฉพาะบุคคล
          โปรดใช้วิจารณญานในการรับชม
          และห้ามลอกเลียนแบบ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
28 marzo

คนที่ยังอยู่

 
มีคนบอกว่า ระยะทางพิสูจน์ม้า
กาลเวลาพิสูจน์คน
...เห็นท่าจะจริง...
 
ในแต่ละวัน เราได้พบเจอคนใหม่ๆ มากมาย
บางคนก็เข้ามาวนเวียนอยู่ในชีวิตเรา...
ดีแสนดีกะเรา...จนเริ่มติดใจ...
และกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต
 
ในขณะที่คนเก่าๆ ชักจะเริ่มน่าเบื่อ...
ทำอะไรก็ไม่ถูกใจ...พูดอะไรก็ไม่เข้าหู...
แล้วความสัมพันธ์เริ่มมีรอยร้าว...
แต่เขาก็ยังคงอยู่...สร้างความรำคาญให้เราต่อไป
 
จนเมื่อวันเวลาผ่านไป...
คนใหม่ๆ ที่เคยดีแสนดีกับเรา
กลับเริ่มไม่ดีดังเก่าเสียแล้ว...
รอยร้าวเริ่มบังเกิด อะไรที่เคยดีก็ไม่ดีไปเสียหมด...
แล้วไม่นานเขาก็เดินจากไป
 
ในขณะที่คนเก่าๆ ที่เราคิดว่าน่าเบื่อ น่ารำคาญ
กลับยังคงอยู่...และดีกับเราเหมือนที่เคยเป็น...
ที่สำคัญ เขายังคงยืนยิ้มรอเราอยู่ที่เดิม...
 
อ่านแล้วคุณคิดถึงใครบ้าง...
...คนเก่าๆ ...
...คนใหม่ๆ...
 
ความสัมพันธ์... ไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม
เหมือนกับทุกสรรพสิ่งในโลก
มีทั้ง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และ ดับไป
แต่รูปแบบความสัมพันธ์ที่คงทนต่อกาลเวลา
คือ ความรักของพ่อแม่ และ มิตรภาพ
 
จะดีกว่ามั้ยถ้าเราหันมามองดูคนเก่าๆ
และประสานรอยร้าวนั้นเสีย
เพราะพวกเขา คือ คนที่ยังอยู่...ไม่จากไปไหน 
ดีกว่าคนใหม่ๆ ที่ตายจากไปพร้อมกาลเวลา
ทิ้งไว้แต่เพียงความทรงจำสีจางๆ
 
แล้วในชีวิตคุณล่ะ มี "คนที่ยังคงอยู่" หรือเปล่า
 
27 marzo

ข้อคิดจากป้าเจเน็ต

 

วันนี้เปิดเพลงของป้าเจเน็ต
(ไม่ใช่ เจเน็ตเขียว!! เจเน็ต แจคสันโฟ้ย..)

ชอบประโยคนี้มาก...

Living everyday like it's my last.
I refuse to be stuck in the past
People actin' like machines.
Cause they're scared to live their dreams.
No not me..

ฟังแล้วคิดเลยล่ะว่าวันนี้เราทำอะไรอยู่วะ
อายุจะสามสิบแล้วยังไม่เป็นโล้เป็นพาย
ทำอะไรก็ไม่เป็น ไม่รู้อะไร(ง่ายๆ) อีกตั้งหลายเรื่อง
จบปริญญาโททางวิชาการ
แต่ในชีวิตจริง แม่งไม่รู้อะไรซักเรื่อง
อนุบาลมาก...อายเด็กโคตรๆ
จะทำอะไรก็เกรงนั่น นู่น นี่ ไปหมด
ชีวิตเป็นของเรานะ เดี๋ยวก็หมดอายุพอดี

คิดได้ดังนั้นก็เลย ...
เอาวะ list ออกมาให้หมดว่าชีวิตนี้อยากทำอะไรบ้าง
แล้วก็พุ่งไปเลย...ไม่ต้องสนใจใครแล้ว
อยู่คนเดียว ทำอะไรคนเดียวมาได้ตั้งนาน
แค่นี้ทำไมจะทำไม่ได้
ไม่บอกหรอกนะว่าอยากทำอะไรบ้าง
ปล่อยให้อยากรู้ไปงั้นแหล่ะ ...(อ่ะ คัน คัน อยากรู้ คิคิ)

ใครว่าการฟังเพลง...ไร้สาระ 

ป้าเจเน็ตบอกว่า she จะใช้ชีวิตให้เหมือนเป็นวันสุดท้าย
และ she ก็เดินหน้าต่อไปไม่ติดกับอดีต
หลายคนใช้ชีวิตแบบหุ่นยนต์ อยู่ไปวันๆ
เพราะกลัวที่จะทำตามความฝัน..แต่ไม่ใช่ ป้าแก

ป้าแกเอ็นจอยกับการใช้ชีวิต
ชื่นชมกับความงามของชีวิต และสิ่งที่โลกจัดมาให้
she เอ็นจอยกับสายลม แสงแดด เสียงคลื่น
แม้กระทั่งรื่องธรรมดาๆ ในชีวิตประจำวัน
รวมทั้ง
รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของผู้คน

she เอาความงามพวกนี้มาเติมเต็มหัวใจ
เพื่อให้ชีวิตมีความสุขและเดินหน้าทำความฝันให้เป็นจริง
อย่ากลัวไปเลยที่จะใช้ชีวิต...

"ถ้าอยากให้ฝันเป็นจริง ลงมือทำเสียแต่บัดนี้
หาแรงบันดาลใจ แล้วลงมือเลย..."

 If you wanna find the paradise
Do it now never too late to try
Lose your inhibitions
Let your inspiration set you free


26 marzo

เมื่อเวลาไม่ใช่ข้อจำกัดอีกต่อไป

 
เคยได้ยินว่าผู้หญิงมีชีวิตแข่งกับเวลา
ต้องรีบตักตวงช่วงเวลาที่สดใสให้เกิดประโยชน์ที่สุด
และควรรีบไต่ลงจากคานให้ได้ก่อนสามสิบ
มิเช่นนั้นจะถูกประนาม  
 
นอกจากนี้ยังเคยได้ยินอีกด้วยว่า
ผู้หญิงเหมือนนม...ยิ่งเก่า ยิ่งเน่าบูด
ส่วนผู้ชายเหมือนเหล้าองุ่น..ยิ่งเก่า ยิ่งมีค่า
 
ทำไมมันไม่แฟร์ขนาดนี้นะ
 
แต่ฉันว่า นมเก่าเน่าบูด เขาเรียกอีกชื่อว่า "ชีส" ไม่ใช่เหรอ ...
(ยิ่งเก่า ยิ่งอร่อย ก็ยิ่งแพงนะ)
 
เมื่อก่อนฉันก็คิดเหมือนเขานี่แหล่ะ
วิสัยทัศน์ คือ เราต้องทุบคานทิ้งให้ได้ก่อนสามสิบ!!
 
แต่ตอนนี้ เวลาไม่ใช่ข้อจำกัดอีกต่อไป
 
ไม่ใช่ว่าพออายุจะสามสิบหรอกนะ ถึงได้คิดแบบนี้
 
แต่เพราะฉันเรียนรู้แล้วว่า ช้าๆ ได้พร้าหลายเล่ม .. ไม่ใช่!! 
ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม ...
 
ค่อยๆ ชื่นชมความงามของชีวิตไปเรื่อยๆ ดีกว่า
เมื่อไรที่ดอกไม้บานก็หยุดแวะชื่นชม  ดม ดม ดม ไปเรื่อยๆ
ยังไม่มีอะไรผลิบานก็เดินเล่น หลั่นล้าทำนั่น นู่น นี่ ไปพลางๆ
ค่อยๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตไปเรื่อยๆ
จนวันนึงที่เราพบ "ที่ ที่ เป็น ของ เรา" ทุกอย่างจะลงตัวเอง
 
แม้ว่าวันนั้นสังขารจะไม่พริ้งดังก่อน
แต่เราก็ young at heart นะโฟ้ย
และก็พร้อมที่จะรับมือกับ "ไอ้เหล้าเก่า" ได้ทุกรูปแบบ
 
เมื่อถึงวันนั้นฉันจะบอกกับโลกว่า...
 
เมื่อผู้หญิงอายุมากขึ้น
ความสวยจะย้ายจากรูปลักษณ์  มาที่ "สมอง" ตะหากโฟ้ย!!
 
วันนี้..ฉันเชื่อแล้วว่า เวลาไม่ใช่ข้อจำกัดอีกต่อไป
 
 
 
++++++++++++++++++++
 
 
 
ป.ล. เรื่องนี้ได้แรงบันไดจาน มาจากเพื่อนรุ่นพี่
ที่กำลังกุ้มอกกุ้มใจกับวิสัยทัศน์ของตัวเอง ที่ว่า
"ต้องหาฝาละมีให้ได้ก่อนสามสิบ"
เพราะปีนี้ she จะสามสิบพอดีอะดิ
เลยรีบจนรน .. เดือดร้อนตูอีก
 
 

ตรงกลางระหว่างคนสองคน

เคยเป็นมั้ยคะ ...
 
ติดอยู่ตรงกลางระหว่างคนสองคนที่กำลังผิดใจกัน
 
เข้าข้างไหนก็ไม่ได้  
จะวางตัวเป็นกลางก็ไม่ได้  
เลยหมุนคว้างอยู่ตรงนั้น 
 
ใครเข้าใจ ช่วยบอกด้วยว่าควรทำตัวอย่างไร
 "อยู่นิ่งๆ...อย่ายุ่ง...ปล่อยวาง...ช่างหัว..."  หรือยังไงดี
  
แต่ตอนนี้เท่าที่รู้...
  
ขออยู่คนเดียวได้มั้ยยยยยย ปวดเฮดจะแย่แล้วววววววว